I. บทนำ
ด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยว ตลาดอุตสาหกรรมการโรงแรมจะนำมาซึ่งโอกาสในการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อนในปี 2566 บทความนี้จะดำเนินการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอุตสาหกรรมการโรงแรมโลก ครอบคลุมถึงขนาดตลาด ภูมิทัศน์การแข่งขัน แนวโน้มการพัฒนา ฯลฯ และให้ข้อมูลอ้างอิงอันมีค่าสำหรับนักลงทุนและผู้ที่อยู่ภายในอุตสาหกรรม
2. การวิเคราะห์ขนาดตลาด
จากสถิติอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลก คาดว่าขนาดตลาดอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกจะสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการพัฒนาอย่างรวดเร็วของตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ ราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นและการบริโภคของนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น ก็มีส่วนทำให้ขนาดตลาดขยายตัวในระดับหนึ่งเช่นกัน
จากมุมมองเชิงปริมาณ คาดการณ์ว่าจำนวนโรงแรมทั่วโลกจะสูงถึง 500,000 แห่งในปี 2566 เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยโรงแรมหรู โรงแรมระดับไฮเอนด์ และโรงแรมราคาประหยัดมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 16%, 32% และ 52% ตามลำดับ เมื่อพิจารณาด้านราคาแล้ว ราคาของโรงแรมระดับหรูและโรงแรมระดับไฮเอนด์ค่อนข้างสูง โดยราคาเฉลี่ยต่อคืนสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาของโรงแรมราคาประหยัดมีราคาที่เข้าถึงได้ โดยราคาเฉลี่ยต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐ
3. การวิเคราะห์ภูมิทัศน์การแข่งขัน
ในตลาดโรงแรมระดับโลก กลุ่มโรงแรมระดับนานาชาติ เช่นแมริออท, ฮิลตัน, อินเตอร์คอนติเนนตัลสตาร์วูดและแอคคอร์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่เหล่านี้มีแบรนด์ที่หลากหลายและมีข้อได้เปรียบด้านทรัพยากร อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์โรงแรมท้องถิ่นน้องใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาด เช่น หัวจู จินเจียง และโฮมอินน์ของจีน
ในแง่ของความได้เปรียบในการแข่งขัน กลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ส่วนใหญ่อาศัยอิทธิพลของแบรนด์ คุณภาพการบริการ ช่องทางการตลาด และข้อได้เปรียบอื่นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ในทางกลับกัน โรงแรมในท้องถิ่นกลับพึ่งพาการดำเนินงานในท้องถิ่นและความได้เปรียบด้านราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อการแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงขึ้น อุตสาหกรรมโรงแรมก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวไปสู่การแข่งขันที่เน้นความแข็งแกร่งอย่างครอบคลุม เช่น คุณภาพการบริการและอิทธิพลของแบรนด์
4. การคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนา
ประการแรก ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นเทรนด์หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ห้องพักอัจฉริยะ โรงแรมไร้พนักงาน และระบบเช็คอินด้วยตนเอง จะค่อยๆ ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมโรงแรมเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการ
ประการที่สอง ด้วยการพัฒนาความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โรงแรมสีเขียวจะกลายเป็นกระแสหลักของการพัฒนาในอนาคต โรงแรมสีเขียวช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการอนุรักษ์พลังงาน ปกป้องสิ่งแวดล้อม และมาตรการอื่นๆ ขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อโรงแรมได้อีกด้วย
ประการที่สาม ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ที่เร่งตัวขึ้นและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ความร่วมมือและนวัตกรรมข้ามพรมแดนจะกลายเป็นทิศทางสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่างโรงแรมกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และสาขาอื่นๆ จะสร้างสถานการณ์การบริโภคและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น
5. ข้อเสนอแนะกลยุทธ์การลงทุน
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ตลาดอุตสาหกรรมโรงแรมในปี 2566 นักลงทุนสามารถปรับใช้กลยุทธ์ดังต่อไปนี้:
1. คว้าโอกาสทางการตลาดและขยายตลาดโรงแรมระดับไฮเอนด์อย่างแข็งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
2. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาของตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะแบรนด์โรงแรมท้องถิ่นที่เพิ่งเกิดใหม่
3. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การปกป้องสิ่งแวดล้อมสีเขียว และดิจิทัล และลงทุนในองค์กรในสาขาที่เกี่ยวข้อง
4. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือและนวัตกรรมข้ามพรมแดน และลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมและมีศักยภาพในการร่วมมือข้ามพรมแดน
โดยรวมแล้ว ตลาดอุตสาหกรรมโรงแรมจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยแนวโน้มด้านดิจิทัล นวัตกรรมเทคโนโลยี ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างความแตกต่างของแบรนด์ และการฝึกอบรมบุคลากร จะส่งผลกระทบและกำหนดทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมโรงแรม ขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าอุตสาหกรรมโรงแรมจะนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ เพื่อมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค
เวลาโพสต์: 10 พ.ย. 2566